[The Dungeon of Naheulbeuk] เรื่องราวเต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความยากสุดโหด
สวัสดีค่ะ Yuna เองนะคะวันนี้ Yuna มีรีวิวเกมจาก CM Flint มาฝากค่ะ~ เขาเป็นเกมเมอร์ชาวเกาหลีที่หลงใหลในเกมและชอบวิเคราะห์เกมอย่างลึกซึ้ง รีวิวของเขามักจะเต็มไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการอ่านความเห็นของเขาเกี่ยวกับ [The Dungeon of Naheulbeuk] นะคะ 😊
[The Dungeon of Naheulbeuk] : รีวิวโดย CM Flint – ผู้จัดการชุมชนจาก STOVE
หมายเหตุ: ภาพหน้าจออาจมีข้อความภาษาเกาหลีนะคะ
『กลายเป็นนักผจญภัยสำรวจ "ดันเจี้ยน" สุดโหด』
💎 ความประทับใจแรก
เมื่อพูดถึงเกม RPG คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?
ถ้าคุณเริ่มต้นยุค 90 อาจนึกถึง MMORPG อย่าง Lineage, The Kingdom of the Winds, Mabinogi หรือ Legend of Darkness แต่ถ้าเริ่มเล่นในช่วงปี 2000 ก็อาจเป็นเกมสไตล์สบาย ๆ อย่าง Yogurting, Ragnarok Online หรือ Neo Dark Savior หรืออาจเป็นเกมแนวบทบาทหนัก ๆ อย่าง World of Warcraft หรือ Lineage II
หลังปี 2010 เกมอย่าง Final Fantasy XIV, Lost Ark หรือ Black Desert ก็กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคย แต่สำหรับแฟน RPG สายฮาร์ดคอร์ หรือคนที่ชื่นชอบนิยายแฟนตาซียุคแรก บทบาทสุดคลาสสิกอย่างขโมย นักรบ จอมเวท หรือพระก็ยังมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย
หากคุณชอบ RPG สายดั้งเดิมที่มีบทบาทชัดเจนและความหลากหลายของคลาสแล้วล่ะก็ The Dungeon of Naheulbeuk: The Amulet of Chaos อาจเป็นเกมที่คุณตามหาอยู่ก็ได้
⌚ เกมเพลย์
『เกมเทิร์นเบส RPG สุดคลาสสิก
ที่มี “ผู้บรรยาย” เล่าเรื่องแบบจัดเต็ม』
<แม้แต่ในเกมที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง เกมที่มี “ผู้บรรยายแยกต่างหาก” ก็หาได้ยาก>
ตามที่คุณอาจเดาได้ เกมนี้เป็น RPG มุมมองเฉียงแบบเทิร์นเบส ซึ่งก็ตรงตัวกับชื่อ “เกมเล่นบทบาท” เพราะคุณจะสวมบทตัวละครหนึ่ง และดำดิ่งไปในเนื้อเรื่อง โครงเรื่องก็ง่าย ๆ: ดันเจี้ยน, เหตุการณ์ปริศนา และภารกิจที่คุณต้องแก้ไข
"Naheulbeuk" เป็นโลกแฟนตาซีที่นักเขียนชาวฝรั่งเศส John Lang สร้างขึ้น—และยังเป็นชื่อภูมิภาคหนึ่งในจักรวาลของเกมนี้ด้วย เข้าใจจุดนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโทนของเกมมากขึ้น ตัวเกมไม่ใช่แค่ RPG ธรรมดา แต่มันเล่นเหมือน TRPG หรือเกมกระดาน—มีผู้บรรยาย (เทียบได้กับ Dungeon Master) กับปาร์ตี้นักผจญภัย ซึ่งผู้บรรยายจะพูดแทรกตลอด และส่งผลต่อประสบการณ์ในเกมอย่างมาก
(เดี๋ยวเราจะพูดถึงประเด็นนี้อีกทีในภายหลัง)
<เหมือนคุณกำลังคุมทีมตัวละครหลายบทบาท>
คุณเริ่มเกมด้วยปาร์ตี้ที่หลากหลาย: ขโมย นักธนู เรนเจอร์ บาร์บาเรียน จอมเวท ฯลฯ หน้าที่ของคุณคือพาพวกเขาลุยดันเจี้ยนไปให้รอด และเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป คุณจะได้ตัวละครใหม่อย่างพาลาดินมาเสริมทีมด้วย
แต่ละคลาสมีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น...
ขโมยสามารถปลดกับดัก และเพิ่มอัตราคริติคอล
บาร์บาเรียนถนัดการโจมตีหมู่แบบประชิด
การเข้าใจว่าแต่ละตัวละครทำอะไรได้ และใช้อย่างไรในสถานการณ์ไหน ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ
<ลำดับการเทิร์นขึ้นอยู่กับค่าสถานะ “ความริเริ่ม” และแต่ละรอบมีสิทธิ์เคลื่อนที่/กระทำ>
ระหว่างสำรวจดันเจี้ยน คุณจะได้เข้าสู่การต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับปาร์ตี้หลากคลาสที่คุณควบคุม
ระบบต่อสู้เป็นแบบเทิร์นเบส โดยลำดับขึ้นอยู่กับค่าสถานะ “คาริสม่า” แต่ละเทิร์นคุณจะได้เคลื่อนที่หนึ่งครั้ง และใช้สกิลหนึ่งครั้ง
การจัดตำแหน่งสำคัญมาก—หากถูกโจมตีจากด้านข้างหรือข้างหลังอาจแพ้ได้ทันที
ระบบที่กำบังคล้ายกับ XCOM 2—ถ้าขาดจุดหลบภัยดี ๆ ก็จะตกเป็นเป้าง่าย
<ทั้งผู้บรรยายและตัวละครไม่จริงจังกับตัวเองเลย>
ผู้บรรยายจะพูดแทรกไปพร้อมกับบทสนทนาของตัวละคร ทำให้โทนของเกมเน้นความขบขันอยู่ตลอด
โทนของเกมเบาสบายและบางครั้งก็ไร้สาระ ด้วยการบรรยายที่ตลกและบทพูดสุดแปลก ตัวเกมจึงออกแนวตลกร้ายและเสียดสี
อารมณ์ขันของเกมไม่ได้ฝืน มันไหลลื่นจนรู้สึกเหมือนดูการผจญภัยแนวตลก มากกว่า RPG ดาร์ก ๆ
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะชอบ บางคนอาจรู้สึกว่าเกมตลกเกินไปจนอินไม่ลง
<แม้เอฟเฟกต์จะ派แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังดาร์กอยู่ดี>
แม้โทนเนื้อเรื่องจะขบขัน แต่ดันเจี้ยนก็ยังมืดหม่น เอฟเฟกต์เวทมนตร์มีสีสัน แต่จงใจใช้โทนมืด
แม้จะมีระบบไฮไลต์สิ่งสำคัญ แต่การเดินในแผนที่ก็ยังงงอยู่บ้าง ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นข้อเสีย เพราะมันเข้ากับธีมของเกม
"สมชื่อเกม
เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนสำรวจดันเจี้ยนของจริง"
ภาพที่มืดทึมช่วยตอกย้ำบรรยากาศคลาสสิกของดันเจี้ยน ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเกมนี้ใส่คำว่า "Dungeon" มาในชื่ออย่างชัดเจน
<ค่าพลังต่าง ๆ แสดงผลชัดเจน เห็นการเพิ่มของตัวเลขแบบตรงไปตรงมา>
<แม้เกมจะตลก แต่ระบบต่าง ๆ เช่นดีบัฟ การหลบกำบัง และเปอร์เซ็นต์โดน/พลาดนั้นจริงจังสุด ๆ>
เข้ากับโทนหม่นของเกม ระดับความยากก็ไม่ธรรมดาเลย
ตั้งแต่บทแนะนำ เกมก็พาคุณเข้าสู่กลไกระดับลึก ทั้งความแม่นยำของการโจมตี, ดีบัฟ, ลำดับเทิร์น, โทษจากการไม่หลบ และผลของค่าสถานะต่าง ๆ เรียกได้ว่าข้อมูลล้นมือตั้งแต่เริ่ม
และการต่อสู้ก็ไม่ง่ายเลย แม้จะเลือกโหมด “Bard Song” ซึ่งเป็นระดับง่ายลำดับที่สองจากสี่ โดนโจมตีทีไรก็แทบล้มทุกครั้ง—อาจเพราะผมยังไม่ชินกับแนวนี้
📌 สรุปท้ายรีวิว
『เกมเทิร์นเบสที่ท้าทาย
สายผจญภัยต้องลอง!』
เกมนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากฝั่งตะวันตกมาพอสมควรก่อนเข้าแพลตฟอร์ม Stove แต่ก่อนหน้านี้ที่ไม่มีแปลภาษาเกาหลี หลายคนก็เล่นไม่สะดวก
แต่ตอนนี้ได้แปลเป็นทางการ พร้อมโลคัลไลซ์เรียบร้อย ก็ทำให้เล่นได้ลื่นและเข้าใจง่ายขึ้นเยอะ
แม้ความยากและมุกแปลก ๆ ของเกมอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่จุดเด่นที่พาเกมรอดคือระบบการต่อสู้แบบวางแผนที่แข็งแรงมาก
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในแนวนี้ แนะนำให้เลือกความยากต่ำไว้ก่อน—และอย่าลืมว่าค่าความแม่นยำ/พลาดในเกมแบบนี้สำคัญมาก
อีกอย่างคือเกมนี้อยู่บน Stove มาระยะหนึ่งแล้ว มักจะลดราคา ถ้ารอจังหวะดี ๆ คุณอาจได้ซื้อในราคาคุ้ม
นี่แหละ The Dungeon of Naheulbeuk: The Amulet of Chaos—การผจญภัยในดันเจี้ยนของปาร์ตี้สายหลุดโลก!
ทุกคนรู้สึกยังไงกับรีวิวเกมวันนี้บ้างคะ~
Yuna และทีมอยากช่วยให้ทุกคนสนุกกับการเล่นเกมมากที่สุดค่ะ
ถ้าใครสนใจ อย่าลืมลองตามไปดูนะคะ แล้วแวะมาบอกความเห็นกันด้วยน้า 😊
แล้วพบกันใหม่ค่ะ~ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะคะ!















To enter a comment Log In Please